หน้าเว็บ

วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2558

กฏข้อที่ ๑ รับประทานตามที่สัญชาตญาณเรียกร้อง


กฏข้อที่ ๑ รับประทานตามที่สัญชาตญาณเรียกร้อง
ผู้ป่วยเป็นโรคต่างๆหรือแม้กระทั่งคนปกติมักจะถูกห้ามไม่ให้กินอาหารต่างๆ
โดยคิดว่าเป็นการป้องกันหรือบรรเทาโรค แต่ที่จริงแล้วหมอที่ดีที่สุดก็คือสัญชาตญาณในตัวเรานี่แหละ ดังนั้นจึงควรรับประทานตามที่สัญชาตญาณเรียกร้อง
ในบทความนี้ผมจะมาเล่าเรื่องช็อกโกแลต
ช็อกโกแลตเป็นอาหารที่ดีกับร่างกาย ช็อกโกแลตผลิตจากผลโกโก้(Cocoa beans)
ที่ได้จากต้นโกโก้ ซึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Theobromo cacao
มีการผลิตช็อกโกแลตแบบแผ่นจากโกโก้เป็นครั้งแรก ที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์เมื่อปี คศ 1876
ช็อกโกแลตนม 100 กรัม ประกอบด้วย
ค่าพลังงาน 557 กิโลแคลอรี
โปรตีน 7.4 กรัม
ไขมัน 34.0 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 55.4 กรัม
แม้จะมีไขมันสูงแต่ก็มาจากพืช จึงช่วยป้องกันโรคไขมันในเลือดสูง
นอกจากนี้ยังมีวิตามินต่างๆ ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินบีคอมเพล็กซ์ และวิตามินอี
แร่ธาตุต่างๆก็มีเช่น แคลเซียม เหล็ก โพแทสเซียม แมกนีเซียม โดยเฉพาะมีสังกะสีสูง
เป็นเซ็กมิเเนอรัล
จอมทัพคอร์เตส (Cortes)ผู้ทำลายอาณาจักรอัสเตก้า กล่าว่า “เมื่อดื่มโกโก้แล้ว จะสามารถเดินได้ต่อเนื่องทั้งวัน”
สารอื่นที่มีประโยชน์ก็มี ลิกนิน (Lignin) เป็นเส้นใยอาหารชนิดหนึ่งในการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในลำใส้ เช่น บิฟิโคแบคทีเรียและ แลกติดแอซิดแบคทีเรีย จึงควบคุมลำใส้ให้มีสภาพดี จึงช่วยป้องกันเบาหวานและมะเร็ง นอกจากนี้โกโก้ที่เป็นสารตั้งต้นของช็อกโกแลต ยังมีฤทธิ์ฆ่าจุลินทรีย์ที่ทำให้อาหารเป็นพิษเช่น
Escherichia coli 0157 และฆ่าเชื้อ Helicobacter pylori ที่เป็นสาเหตุของโรคแผลอักเสบใน
กระเพาะอาหาร และโรคมะเร็งกระเพาะอาหารได้ด้วย
ตลอดจนต่อต้านอนุมูลอิสระ ต่อต้านไวรัสโรคไข้หวัดใหญ่ ควบคุมการแข็งตัวของเส้นเลือดใหญ่
ป้องกันปฎิกิริยาภูมิแพ้
 วันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ ผู้หญิงญี่ปุ่น
จะให้ช็อกโกแลตฝ่ายชายเพราะว่า”ช็อกโกแลตเป็นอาหารที่มีคุณค่าสูง  และบำรุงพลังทางเพศได้รวดเร็ว นอกจากนั้นยังมีฤทธ์กระตุ้นความต้องการทางเพศ ทำให้เกิดความหลงไหลทางใจและรูปกาย”
และฝ่ายชายจะเตรียม white present มอบให้ฝ่ายหญิงในวันที่ 14 มีนาคม เช่นกัน
ผู้ป่วยเบาหวาน กินช็อกโกแลตได้ เพราะแม้มีน้ำตาล แต่ ลิกนิน(Lignin) ก็ช่วยกำจัด น้ำตาลที่เป็นส่วนเกินได้เช่นกัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น